สังกัด : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี
ที่มาและความสำคัญ
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคศตวรรษที่ 21 ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์อย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้วิถีชีวิตและการเรียนรู้ของผู้เรียนปรับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ และนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมทั้งเร่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถและทักษะที่จำเป็นในการเป็น "พลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship)" ที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ และสามารถปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม
อย่างไรก็ดี ในบริบทการจัดการเรียนรู้จริงพบว่า ผู้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีอัตราการเข้าถึงและใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงขาดความรู้เท่าทันและภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลที่เพียงพอ มักปรากฏปัญหาการแพร่กระจายของข่าวปลอม (Fake News) การละเมิดลิขสิทธิ์ ตลอดจนพฤติกรรมการโพสต์หรือแชร์ข้อมูลออนไลน์ที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิดทางกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัลของตัวผู้เรียนเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อสังคมออนไลน์รอบข้างอีกด้วย จากสภาพปัญหาและความต้องการดังกล่าว โรงเรียนวังม่วงวิทยาคมจึงเล็งเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะการรู้เท่าทันเทคโนโลยีให้แก่ผู้เรียน
เพื่อตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการนี้ ครูผู้สอนจึงได้เลือกนำกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) แบบ GPAS 5 Steps มาใช้เป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนห้องเรียน เนื่องจากเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ขั้นสูงอย่างเป็นขั้นตอน โดยได้บูรณาการร่วมกับการนำนวัตกรรมสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลจากคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center ประเภทสื่อวิดีโอ (Video) ในเรื่อง "กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์" และคลังสื่อเรื่อง "กฎหมายคอมพิวเตอร์และการใช้งานลิขสิทธิ์" มาใช้เป็นสื่อการเรียนรู้หลัก การนำสื่อดิจิทัลที่ทันสมัย มีสถานการณ์ตัวอย่างที่สอดคล้องกับชีวิตจริง และเข้าถึงได้ง่ายนี้ จะช่วยเปลี่ยนเนื้อหาข้อกฎหมายที่มีความเป็นนามธรรมสูง ให้เข้าใจง่ายและเห็นภาพโครงสร้างผลกระทบได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์กรณีศึกษาและการทำงานร่วมกัน
นอกจากนี้ การออกแบบกิจกรรมและการเลือกใช้สื่อดังกล่าว ยังมีความสอดคล้องและเชื่อมโยงโดยตรงกับตัวชี้วัดและมาตรฐานการศึกษาของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามมาตรฐาน ว 4.2 ม.3/4 ที่ระบุให้ผู้เรียนต้องสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีความรับผิดชอบต่อสังคม ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และใช้ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยชอบธรรม การพัฒนาผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ในครั้งนี้ จึงมุ่งหวังให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปลูกฝังค่านิยมการใช้สื่อออนไลน์อย่างมีจริยธรรม และสร้างพลเมืองดิจิทัลที่รู้เท่าทันเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน
วัตถุประสงค์
1) เพื่อส่งเสริมการใช้สื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบ Active Learning
2) เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายและวิเคราะห์การกระทำที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายคอมพิวเตอร์จากสถานการณ์ที่กำหนดได้ (ด้านความรู้ - K)
3) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ กรณีศึกษา และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ร่วมกันได้
4) เพื่อปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การใช้สื่ออย่างมีจริยธรรม มีวินัย และตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม
5) เพื่อพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ทั้งในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกัน และการใช้เทคโนโลยี
เป้าหมายเชิงปริมาณ: นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวังม่วงวิทยาคม จำนวน 100% ได้เข้าถึงและเรียนรู้ผ่านสื่อวิดีโอในระบบ OBEC Content Center เรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และผ่านเกณฑ์การประเมินใบกิจกรรมร้อยละ 70 ขึ้นไป
เป้าหมายเชิงคุณภาพ: นักเรียนเกิดความตระหนักรู้เท่าทันสื่อ สามารถวิเคราะห์ คัดกรอง และประยุกต์ใช้ความรู้ทางกฎหมายคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันตนเองและสังคมจากการถูกหลอกลวงหรือการกระทำผิดทางดิจิทัลในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืน